ความเป็นมาของวันคุ้มครองโลก
       ชนวนความคิดเรื่องวันคุ้มครองโลกเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 โดยสมาชิกวุฒิสภา เกย์ลอร์ด เนลสัน (Senator Gaylord Nelson) ซึ่งพยายามผลักดันให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยรณรงค์กว่า 7 ปี จึงเป็นผลสำเร็จและกำเนิดเป็นวันคุ้มครองโลกครั้งแรกขึ้น เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2513 โดยปีนี้เข้าสู่ปีที่ 39

       ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2512 วุฒิสมาชิกเนลสัน ได้ตัดสินใจจัดให้มีการชุมนุมประชากรระดับรากหญ้าทั่วประเทศขึ้น เพื่อแสดงความคิดเห็นในปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม และได้เชิญชวนทุกๆ คนให้เข้าร่วมในการชุมนุมดังกล่าว และผลจากความห่วงใยเรื่องวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ของคนในสังคมขณะนั้น ทำให้กลุ่มคนจำนวนมากเข้าร่วมการชุมนุมในครั้งนั้น ซึ่งเป็นที่ปรากฏชัดว่า กิจกรรมชุมนุมดังกล่าวเป็นการนำไปสู่ความสำเร็จอันงดงามของการก่อตั้งวันคุ้มครองโลกขึ้น

เป้าหมายของวันคุ้มครองโลก
      1. เพื่อลดอัตราการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่อย่างหนาแน่นในบรรยากาศ
      2. เพื่อกำจัดคลอโรฟลูออโรคาร์บอนซึ่งเป็นตัวทำลายสภาพโอโซน และก่อให้เกิดการสะสมความร้อนให้หมดสิ้นไป
      3. เพื่ออนุรักษ์สภาพป่าที่เหลืออยู่ ทั้งที่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบ
      4. เพื่อห้ามการซื้อ-ขายสิ่งมีชีวิตที่อาจทำให้ภาวะการเจริญพันธุ์ลดลงหรือหมดสิ้นไป
      5. เพื่อคงสภาพระดับประชากรไว้ให้อยู่ในสภาพที่สมดุลกับทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่
      6. เพื่อสร้างพลังอำนาจจากองค์กรต่างๆ ทั่วโลกให้ร่วมกันปกป้องบรรยากาศ น้ำ และสภาพอื่นๆ ให้พ้นจากการกระทำที่มิชอบของมนุษย์
      7. เพื่อสร้างสำนึกในอันที่จะรักษาโลกไว้ทั้งบุคคล ชุมชนและชาติ

อ้างอิง
http://www.lib.ru.ac.th/journal/apr/apr22-EarthDay.html http://www.dhammakaya.or.th/events/490422_earthday_th.php http://www.deqp.go.th/info/envDayDetail.jsp?id=20&languageID=th


      สำหรับประเทศไทยเริ่มตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม เมื่อปี พ.ศ.2533 หลังจากที่อเมริกาจัดตั้งวันคุ้มครองโลกมาแล้วถึง 20 ปี สิ่งหนึ่งที่กระตุ้นให้สังคมไทยหันมาสนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม คือ อัตวินิบาตกรรมของ สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เมื่อ วันที่ 31 สิงหาคม 2533 ผู้ที่ปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อมทุกชนิดในผืนป่าห้วยขาแข้งด้วยชีวิต จนห้วยขาแข้งกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หลังจากนั้นอาจารย์และนักศึกษาจาก 16 สถาบันทั่วประเทศ ได้จัดงานวันคุ้มครองโลกขึ้น เพื่อรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญและวิกฤตจากการทำลายป่าและสัตว์ป่า
      แม้ว่าจะไม่มีองค์กรกลางแห่งใดที่ทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการฉลองวันคุ้มครองโลก แม้ว่าไม่มีประเทศใดที่ประกาศให้วันดังกล่าวเป็นวันหยุดประจำชาติ แต่มีองค์กรหลายแห่งส่วนใหญ่เป็นภาคเอกชนได้ให้ความสำคัญวันคุ้มครองโลก โดยจัดกิจกรรมที่ช่วยจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และงานนิทรรศการเกี่ยวกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมงาน
      เป็นที่น่าเสียดายว่า วันคุ้มครองโลกในประเทศไทย เป็นวันที่ค่อนข้างเงียบเหงากว่าวันอื่นๆของโลก แทบไม่มีกิจกรรมเด่นๆให้เป็นที่รู้จักเลย อาจเป็นเพราะวันคุ้มครองโลกอยู่ในเดือนเมษายน เป็นเดือนที่มีวันหยุดหลายวันและเป็นช่วงปิดเทอมของสถานศึกษาหลายแห่ง
      ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มตั้งวันคุ้มครองโลก ได้ปลูกฝังและสร้างกระแสความรักและความห่วงใยในสภาพแวดล้อมของโลกอย่างได้ผล ไม่เช่นนั้น โลกในวันนี้คงมีสภาพที่ย่ำแย่จนเราไม่สามารถอาศัยอยู่ได้
      ดังนั้น ในวันคุ้มครองโลก เราควรทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยปกป้องคุ้มครองโลกของเราใบนี้บ้าง เพื่อให้โลกเป็นที่อยู่อย่างสุขสบายแก่พวกเราต่อไปอีกนานแสนนาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำได้ไม่ยากเลย เช่น - การช่วยลดปริมาณขยะ คิดก่อนใช้ด้วยการ “เลี่ยง ละ เลิก” โดยวิธี 5Rs
     - การคัดแยกขยะ ก่อนทิ้ง
     - การเลือกใช้พลังงานทางเลือกต่างๆ เช่นไบโอดีเซล
     - พลังงานจากผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เช่น ก๊าซธรรมชาติจากพืชแทนการใช้น้ำมัน
     - การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกในซุปเปอร์มาร์เก็ต
     - เดินหรือปั่นจักรยานแทนการขับรถ หรือใช้บริการขนส่งมวลชน
     - เปลี่ยนจากหลอดไส้มาใช้หลอดฟลูออเรสเซนส์ประหยัดพลังงาน
     - ลดการจับจ่ายของใช้ ซ่อมแซมหรือแปรรูปของที่มีอยู่แล้วกลับมาใช้อีก
     - ปิดไฟและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน
     - ใช้กระดาษทั้งสองหน้า ปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น เป็นต้น
        หัวใจสำคัญคือการกระทำสิ่งใดให้ทำแต่พอเพียง สิ่งเหล่านี้เราสามารถทำได้ไม่ยาก แต่ช่วยคุ้มครองโลกอย่างได้ผลทีเดียว
 
 

 
 
ติดต่อเรา หน้าแรก กล่องนี้มีที่มา งานถนัด เปิดกล่อง กรองข่าว กิจกรรมสีเขียว น่ารู้ กู้โลก กล่องปันสุข